ไขข้อข้องใจ! หน่วยวัดค่าความขุ่นของน้ำ (Turbidity Units) มีอะไรบ้าง และแตกต่างกันอย่างไร?

  • ไขข้อข้องใจ! หน่วยวัดค่าความขุ่นของน้ำ (Turbidity Units)
  • มีอะไรบ้าง และแตกต่างกันอย่างไร?

ความขุ่นของน้ำ (Turbidity) ถือเป็นหนึ่งในพารามิเตอร์ทางกายภาพที่สำคัญที่สุดในการตรวจสอบคุณภาพน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำประปา น้ำดื่ม น้ำเพื่อการอุตสาหกรรม หรือการตรวจสอบสิ่งแวดล้อม 

การวัดค่าความขุ่นช่วยให้เราทราบถึงปริมาณของแขวนลอย ตะกอน ดินโคลน สารอินทรีย์ หรือจุลินทรีย์ที่ปะปนอยู่ในน้ำ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและกระบวนการบำบัดน้ำ

แต่ทราบไหมครับว่า หน่วยวัดค่าความขุ่นที่เราเห็นกันในสเปกเครื่องมือวัดนั้นมีหลายประเภท และแต่ละหน่วยก็มีหลักการทางแสงและมาตรฐานอ้างอิงที่แตกต่างกัน บทความนี้ SP Science Lab 

จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับหน่วยวัดความขุ่นหลักๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้เครื่องมือวัดได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากลครับ

4 หน่วยวัดค่าความขุ่นหลักตามมาตรฐานสากล

หน่วยวัดความขุ่นในปัจจุบันส่วนใหญ่จะอ้างอิงสารละลายมาตรฐานเดียวกันคือ ฟอร์มาซิน (Formazin) แต่จะแตกต่างกันที่ "แหล่งกำเนิดแสง" และ "มุมของการตรวจวัดแสง" โดยแบ่งออกเป็นหน่วยสำคัญดังนี้ครับ:

1. NTU (Nephelometric Turbidity Unit)

หลักการวัด: เป็นหน่วยที่นิยมใช้แพร่หลายที่สุดตามมาตรฐาน US EPA (Method 180.1) โดยใช้หลอดไฟแสงขาว (Tungsten lamp) ส่องไปที่ตัวอย่างน้ำ และวัดปริมาณแสงที่ กระเจิงออกไปที่มุม 90 องศา จากลำแสงตกกระทบ

การใช้งาน: เหมาะสำหรับงานตรวจสอบน้ำดื่ม น้ำประปา และน้ำที่มีความขุ่นต่ำถึงปานกลาง

2. FNU (Formazin Nephelometric Unit)

หลักการวัด: มีหลักการวัดการกระเจิงของแสงที่มุม 90 องศาเช่นเดียวกับ NTU แต่กำหนดให้ใช้ แสงอินฟราเรด (Infrared light ที่ความยาวคลื่น 860 นาโนเมตร) ตามมาตรฐานสากล ISO 7027

 

การใช้งาน: นิยมใช้ในงานด้านสิ่งแวดล้อมและน้ำผิวดิน ข้อดีคือแสงอินฟราเรดจะไม่ถูกรบกวนจากสีธรรมชาติที่มีอยู่ในน้ำ (เช่น น้ำที่มีสีชาหรือสีเหลืองจากสารอินทรีย์)

3. FAU (Formazin Attenuation Unit)

หลักการวัด: เปลี่ยนจากการวัดแสงกระเจิง มาเป็นการวัด แสงที่ส่องทะลุผ่าน (Transmitted light / Light Attenuation) ที่มุม 180 องศา โดยใช้เครื่องมือประเภท Spectrophotometer หรือ Colorimeter

 

การใช้งาน: เหมาะสำหรับน้ำที่มี ความขุ่นสูงมาก หรือน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากหากตัวอย่างน้ำขุ่นจัด การวัดแบบแสงกระเจิง (90°) จะเกิดการบดบังแสงซ้ำซ้อน (Multiple scattering) ทำให้ค่าที่อ่านได้ไม่แม่นยำ

4. JTU (Jackson Turbidity Unit) [หน่วยดั้งเดิมในอดีต]

หลักการวัด: เป็นหน่วยประวัติศาสตร์ที่ใช้เทียนแจ็คสัน (Jackson Candle Turbidimeter) โดยการเทน้ำลงในหลอดแก้วจนกระทั่งมองไม่เห็นเปลวเทียนด้านล่าง (1 JTU ประมาณ 1 มก. ของซิลิกาในน้ำ 1 ลิตร) ปัจจุบันถูกแทนที่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่แม่นยำกว่ามาก

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างของหน่วยวัดความขุ่น

หน่วยวัด แหล่งกำเนิดแสง มุมตรวจวัด อ้างอิงตามมาตรฐาน เหมาะสำหรับงานประเภท
NTU

แสงขาว (Tungsten)

90 องศา

US EPA 180.1

น้ำประปา, น้ำดื่ม, งานห้องปฏิบัติการทั่วไป

FNU

แสงอินฟราเรด (860 nm)

90 องศา

ISO 7027

งานสิ่งแวดล้อม, น้ำผิวดิน, มาตรฐานยุโรป

FAU

แสงส่องผ่าน

180 องศา

Spectrophotometric Methods

น้ำเสียอุตสาหกรรม, น้ำที่มีความขุ่นสูงมากๆ

ทำไมการเลือกเครื่องมือวัด (Turbidimeter) ให้ตรงกับหน่วยวัดจึงสำคัญ?

การเลือกเครื่องมือวัดและหน่วยวัดให้สอดคล้องกับข้อกำหนดหรือมาตรฐานอุตสาหกรรม เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินธุรกิจและห้องปฏิบัติการ:

  1. ความสอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับ: หากหน่วยงานราชการหรือกฎหมายกำหนดให้รายงานผลเป็นมาตรฐาน US EPA (เช่น งานน้ำประปาในหลายประเทศ) จำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่วัดค่าเป็น NTU แต่หากอ้างอิงตามมาตรฐานสากลฝั่งยุโรปหรือองค์การสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดเรื่องสีของน้ำ มักจะเลือกใช้ระบบ FNU (ISO 7027)

  2. ความแม่นยำของช่วงการวัด: การเลือกใช้เครื่องมือผิดประเภท เช่น นำเครื่องวัดน้ำดื่มความขุ่นต่ำไปวัดน้ำเสียที่มีความขุ่นสูงจัด อาจทำให้เซนเซอร์อิ่มตัวและเกิดความคลาดเคลื่อนสูง การเข้าใจหน่วย FAU จึงช่วยให้เลือกเครื่องมือสำหรับน้ำเสียได้อย่างเหมาะสม

  3. ความน่าเชื่อถือของข้อมูล: ช่วยให้การควบคุมคุณภาพน้ำ (Water Quality Control) ในกระบวนการผลิตมีความเสถียร ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับระบบกรองน้ำหรือกระบวนการอุตสาหกรรม

SP Science Lab เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ห้องปฏิบัติการ พร้อมให้คำปรึกษาและจัดหาเครื่องมือวัดคุณภาพน้ำ เครื่องวัดความขุ่น (Turbidimeter) และเซนเซอร์วัดค่าทางสิ่งแวดล้อมที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในห้องปฏิบัติการและภาคอุตสาหกรรมของคุณ

สนใจคำปรึกษาหรือเลือกชมสินค้าเพิ่มเติม:

  • เว็บไซต์: www.spscience.com

  • LINE Official: @taradlab

  • โทรศัพท์: 085-1313771, 081-4675079

Visitors: 574,611